วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

แต่งสวยแบบไหน ถึงจะใช่คุณที่สุด



แต่งสวยแบบไหน ถึงจะใช่คุณที่สุด (Lisa)

            อินเนอร์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ภายนอกคุณอาจจะดูสวยแซ่บร้อนแรง แต่ภายในคุณอาจจะเป็นสาวใสช่างฝันก็ได้ ลองทำควิซนี้ดูสิจะได้รู้ว่าที่แท้คุณเป็นสาวแบบไหน? แล้วจะแต่งสวยยังไงให้เหมาะที่สุด?

ข้อไหนบ้างที่ใช่คุณชัวร์ ๆ

สุรินทร์ พิศสุวรรณ ส่งมอบตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนให้เวียดนามแล้ว



นายเล เลือง มินห์ (ซ้าย) - ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ (ขวา)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก asean.org
          สุรินทร์ พิศสุวรรณ ส่งมอบตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนให้แก่ เล เลือง มินห์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของเวียดนามอย่างเป็นทางการแล้ว หลังดำรงตำแหน่งครบ 5 ปีตามวาระ

          เว็บไซต์ asean.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์หลักของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รายงานว่า ในช่วงเช้าวันนี้ (9 มกราคม) ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มีพิธีส่งมอบตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนคนใหม่ จาก ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนชาวไทยคนปัจจุบัน ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 1 มกราคม 2551 ไปสู่นายเล เลือง มินห์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของเวียดนาม วัย 61 ปี อย่างเป็นทางการ นับว่าเป็นเลขาธิการอาเซียนชาวเวียดนามคนแรก

          ทั้งนี้ นายเล เลือง มินห์ จะดำรงตำแหน่ง 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 - 31 ธันวาคม 2560 โดยสื่อมวลชนต่างคาดว่า ในช่วงที่เลขาธิการชาวเวียดนามอยู่ในวาระ จะต้องเจอความท้าทายหลายอย่างอย่างแน่นอน ซึ่งงานยากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น การนำ 10 ประเทศอาเซียน เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 อย่างไร้ปัญหา รวมถึงปัญหากรณีพิพาทเรื่องทะเลจีนใต้ด้วย

          สำหรับประวัติ เล เลือง มินห์ ถือว่าเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในวงการทูตอย่างมาก เพราะจบการศึกษาจากสถาบันทางการทูตของเวียดนาม และจบมหาวิทยาลัย Jawaharlal Nehru University ที่อินเดียอีกด้วย นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาการทำงาน 38 ปี เคยดำรงตำแหน่งเป็นทูตเวียดนามประจำสหประชาชาติ, ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และรัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศเวียดนาม เป็นตำแหน่งสุดท้ายก่อนที่จะมาเป็นเลขาธิการอาเซียน

ต่างชาติมองไทยน่าลงทุนที่สุดในอาเซียน - ข้อเสียคือการเมือง






          โพล ชี้ ต่างชาติมองไทยน่าลงทุนที่สุดในอาเซียน ในปี 2556 นี้ เพราะมีทรัพยากรและนโยบายที่พร้อม แต่มีข้อเสีย คือ เสถียรภาพทางการเมืองและการทุจริตฉุดรั้งประเทศเอาไว้

          วันนี้ (9 มกราคม) นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยด้านนโยบายสาธารณะเพื่อกิจการอาเซียน สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง โอกาสและจุดแข็งของประเทศไทยต่อบรรยากาศการลงทุนในอาเซียน ปี 2556 ตามสายตาของชาวต่างชาติ โดยกลุ่มตัวอย่าง เป็นชาวต่างชาติที่มีความเข้าใจในประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนอย่างน้อย 5 ประเทศ โดยผลการสำรวจกล่าวโดยสรุปเป็นดังนี้

          จากคำตอบของแบบสอบถาม นับ ได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศลำดับต้น ๆ ของอาเซียนที่ชาวต่างชาติมองเห็นโอกาสในการลงทุนปี 2556 เนื่องจากมีทรัพยากรที่พร้อมทั้งในด้านวัตถุดิบและกำลังคน มีนโยบายที่ดี เอื้อต่อการลงทุน แต่ข้อเสียของประเทศไทยที่สู้ประเทศอื่นในอาเซียนไม่ได้ คือ ความมีเสถียรภาพทางการเมืองและปัญหาการทุจริต

          เมื่อประเทศไทยไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ๆ ทำให้นโยบายต่าง ๆ ที่วางไว้ไม่นิ่ง เป็นความเสี่ยงอย่างสูงตามสายตาของนักลงทุน ขณะที่ปัญหาการทุจริต หากประชาชนคนไทยไม่มีกำลังต้านมากพอ และปล่อยให้มีการทุจริตอย่างกว้างขวาง โอกาสที่ประเทศไทยจะพัฒนาไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ก็คงเป็นไปได้ยาก

พัฒนาเมืองพัทยา 4 ปีข้างหน้า นำเมืองพัทยา-เกาะล้าน เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งอาเซียน

          อิทธิพล คุณปลื้ม เปิดแผนพัฒนาเมืองพัทยา 4 ปีข้างหน้า นำเมืองพัทยา-เกาะล้าน เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งอาเซียน รองรับปรับตัวเข้าสู่เออีซี-ดันขึ้นทะเบียนยูเนสโก้

          เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยาเปิดเผยถึงการบริหารราชการเมืองพัทยาใน 4 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ภายในปี 2558 ว่า จะกำหนดวาระแห่งพัทยา ภายใต้วาระ พัทยาสมดุลสู่พัทยายั่งยืน โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักในการพัฒนาพัทยา-เกาะล้านให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับการเข้าสู่การเป็นชาติสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในอีกไม่ถึง 2 ปีข้างหน้า

โดยนโยบายสำคัญในอีก 4 ปีข้างหน้า มีดังนี้

           กลุ่มนโยบายที่ 1 ด้านเศรษฐกิจ ที่เน้นร่วมคิดร่วมทำ แผนกลยุทธ์การท่องเที่ยว 3 ปี เติมเต็มจุดแข็งของแบรนด์ เช่น ชายหาด เกาะต่างๆ โดยเน้นกลุ่มประเทศอาเซียนให้เพิ่มมากขึ้นจะสร้างพัทยาให้เป็นศูนย์กลางส่งเสริมอุตสาหกรรมการจัดกิจกรรมการประชุม สัมมนา การแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติ จัดทำแผนแม่บทการจราจรเชื่อมรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ (สนามบินสุวรรณภูมิ-พัทยา) 

           กลุ่มนโยบายที่ 2 ด้านสังคม ยึดหลัก "สังคมชั้นนำ พลเมืองสามัคคี" ตั้งเป้าสู้งาน มอบความสุขให้ชาวพัทยา-เกาะล้าน กว่า 108,804 คน เปิดโครงการพัทยา วัน คลาส (Pattaya 1 class) กับบริการมิตรภาพ ส่งเสริมให้เมืองพัทยาสงบปลอดภัยทั้งในและนอกบ้าน 24 ชั่วโมง 

          ด้านสาธารณสุขจะจัดทีมเคลื่อนที่ พัทยาที 29 หน่วยงาน ให้บริการ บริการแบบ "หนักเบาไม่มีถอย" ตลอด 4 ปี พร้อมกับขยายบริการ "ทำด้วยใจ...ไม่มีเหนื่อย" โดยศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาเรื่องราวร้องทุกข์ หรือ ศอท. ทั่วถึงทุกพื้นที่ 7 วัน 24 ชั่วโมง และเร่งพัฒนาคอลเซ็นเตอร์ 1337 และโรงพยาบาลเมืองพัทยา ราคารัฐบาล ได้มาตรฐาน ที่มี 20,000 เตียง แพทย์พยาบาล พร้อม 356 อัตรา 

           กลุ่มนโยบายที่ 3 ด้านสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ นายอิทธิพลกล่าวว่าจะนำพาเมืองพัทยา-เกาะล้าน สู่ Go Green ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและอนุรักษ์พลังงานอย่างรู้คุณค่า เช่น รณรงค์กิจกรรม CSR โรงเรียนสีเขียว สนับสนุนส่วนราชการใช้พลังงานแสดงอาทิตย์ ไบโอดีเซล ไบโอก๊าซ เชลล์เชื้อเพลิง เป็นต้น หรือ รณรงค์ให้ทุกบ้านมีสวนลอยฟ้า รั้วชายคาผลิตพืชสวนครัว เช่นกัน

          นอกจากนี้จะนำธรรมชาติ หาดสวย น้ำใส สงบ ปลอดภัยคืนให้ทะเลพัทยา ภายใต้แนวคิด Good Beach เตรียมพร้อมเป็นศูนย์กลางแห่งการเดินทางท่องเที่ยวและผู้นำทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เชื่อมโยงความหลากหลายของผู้คนและวัฒนธรรมจากประชาคมอาเซียน

           กลุ่มนโยบายที่ 4 ด้านวัฒนธรรม โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยจะขยายบทบาทให้ชาวพัทยา ศิลปิน ปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมสร้างสรรค์คุณค่าด้วยทุนทางวัฒนธรรมนำวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมกับสนับสนุนให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตและถ่ายทำภาพยนตร์ ผลักดันพัทยาขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก เป็นเครือข่ายของเมืองสร้างสรรค์ เป็นต้น
     

ผลวิจัย ชี้ ไทยมีผู้สูงอายุมากที่สุด-สุขที่สุดในอาเซียน





          ผลวิจัย ชี้ ไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในอาเซียน และเป็นประเทศที่ผู้สูงอายุมีความสุขที่สุด แต่ต้องปรับปรุงเรื่องการดูแลด้านจิตใจ
 
          เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลวิจัย จำนวนประชากรในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้
 
           ประเทศที่มีประชากรวัยเด็กสูงสุดในอาเซียน ได้แก่ ลาว ร้อยละ 38 จากจำนวนประชากรทั้งหมด
           ประเทศที่มีประชากรวัยทำงานสูงสุดในอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ ร้อยละ 74 จากจำนวนประชากรทั้งหมด
           ประเทศที่มีประชากรสูงอายุสูงสุดในอาเซียน ได้แก่ ไทย ร้อยละ 12 จากจำนวนประชากรทั้งหมด โดยที่ไทยมีประชากรอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปกว่า 8.1 ล้านคน และอายุ 80 ปีขึ้นไปประมาณ 8 แสนคน เนื่องจากจำนวนประชากรเกิดใหม่ลดลง ส่งผลให้ ไทยมีภาวะพึ่งพิงทางสังคมมากขึ้น

 
          เมื่อดูจำนวนประชากรผู้สูงอายุในอาเซียน พบว่า ทุกประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ยกเว้นลาว และเวียดนามเท่านั้น ที่มีประชากรผู้สูงอายุลดลง แต่ฟิลิปปินส์ และบรูไน เป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุน้อยที่สุดในอาเซียน
 
          ด้าน นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารเวลเนส ซิตี้ เปิดเผยว่า แม้ไทยจะเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้สูงอายุมากที่สุดในอาเซียน แต่เมื่อเทียบดัชนีความสุขแล้ว ผู้สูงอายุไทยก็มีความสุขมากที่สุดเช่นเดียวกัน เนื่องจากความพร้อมในการดูแล สภาพสังคม สภาพแวดล้อม อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทว่าสิ่งที่ควรปรับปรุงคือ การให้ความสำคัญด้านจิตใจผู้สูงอายุ

บ่อขยะพิษณุโลกส่งกลิ่น-ควันคลุ้ง ทำคนบางระกำ ครู-นร.เดือดร้อนทั้งบาง

พิษณุโลก - บ่อขยะเมืองสองแควส่งกลิ่นอีก คราวนี้ทำคนบางระกำเดือดร้อน กลิ่นเหม็นและควันไฟคลุ้ง เด็กโรงเรียนโปร่งหม้อข้าว ผ่านไปมาทุกวันแทบอ้วก แถมอยู่ห่างจากชุมชนแค่ 1 กม.




       
       วันนี้ (26 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากนางลำยวน เพชรอำ ชาวบ้านหมู่ 5 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ว่าชาวบ้านโดยเฉพาะหมู่ 5 และหมู่ 7 ต.ท่านางงาม กำลังได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็นและกลุ่มควันไฟจากบ่อขยะเก่า หมู่ 7 บ้านหนองปลิง เนื้อที่กว้างประมาณ 
10 ไร่ ที่ไมมีวี่แววจะมอดดับ หลังจากเกิดไฟไหม้ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ และขยายเป็นวงกว้างจนลามไปติดไร่อ้อยที่อยู่ใกล้เคียง
       
       นางลำยวนบอกว่า ตนมีอาชีพรับส่งนักเรียน ต้องสูดดมควันและกลิ่นเหม็นมาหลายวันแล้ว เด็กบางคนถึงกับอาเจียน อีกทั้งกระแสลมทำให้กลิ่นขยะโชยไปถึงโรงเรียนโปร่งหม้อข้าว สร้างความเดือดร้อนแก่ครูและนักเรียนทั้งโรงเรียน ส่วนคนแก่ที่อยู่ในหมู่บ้านบางรายต้องย้ายหนีไปอยู่บ้านญาติในตัวอำเภอกันแล้ว
       
  “ใครที่บอกว่ามีรถดับเพลิงมาควบคุมสถานการณ์นั้น ข้อเท็จจริงไฟยังคุกรุ่น บ่อขยะซึ่งเป็นของอดีตกำนันแม้ปัจจุบันจะปิดไปแล้ว แต่วันนี้ยังมีรถขยะจากที่อื่นมาทิ้งอยู่เป็นประจำ จึงมีการเผาเกิดขึ้น ทำอย่างนี้คนท่านางงามเดือดร้อน ที่ผ่านมาแค่เอารถน้ำมาดับ แต่ไฟก็ไม่ดับ ส่วนวันนี้ทราบว่าจะมีรถทหารมาดับ ก็ยังไม่แน่ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่”
       
       นายอนุพงศ์ ธรรมบุญช่วย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่านางงาม กล่าวว่า บ่อขยะดังกล่าวเป็นบ่อขยะเก่าปิดมานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ยังมีขยะที่ไม่ย่อยสลายกองทับถมอยู่จำนวนมากจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่าง

"สมองๆๆๆ" มีไว้...ให้ "คิดดี พูดดี ทำดี


โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข 


"สมอง" เป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายอย่างหนึ่งที่อยู่สูงที่สุด ก้อนเนื้อสมองมีสีเหลือง มีสองก้อน แบ่งเป็นสองซีก คือซีกซ้ายกับซีกขวา ที่มีคลื่นหยักๆ มากมายเรียกว่า Gyrus ส่วนร่องสมองเรียกว่า Sulcus มีเซลล์สมองที่ "แสนวิเศษ" จำนวนมากเป็นแสนๆ ล้านๆ ตัว มีความสำคัญต่อการ "ควบคุม" "สั่งการ" ทุกการเคลื่อนไหวของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การพูด ความรู้สึกหนาว เย็น ร้อน เจ็บ ปวด ความจำ การคิดอ่าน สร้างนวัตกรรม อีกมากมาย

"ก้อนสมอง" นี้อยู่ภายในกล่องที่แข็งมาก คือ "กะโหลกศีรษะ" ถ้าเปรียบระบบ IT สมัยนี้ ก็คือ "Soft ware" อยู่ในกล่อง "Hard ware" แต่ที่ต่างกันก็คือ เซลล์เนื้อสมองนอกจากจะมีการเจริญเติบโตเหมือนส่วนอื่นของร่างกายแล้ว "เซลล์สมอง" ทรงประสิทธิภาพในการทำงานสร้างสรรค์ความเจริญของโลกมากมายหลายอย่างที่ปรากฏอยู่ เซลล์ของสมองทำหน้าที่เชื่อมโยง (Pathways) ต่างๆ มากมาย จากจุดศูนย์กลางของสมอง ส่งไปยังอวัยวะต่างๆ ให้ทำงาน ประตูเข้าของอวัยวะรับความรู้สึก คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้วส่งกระแสผ่านประสาทไปยังสมองส่วนกลางแปรผลออกมาแล้วสั่งการไปตามระบบอวัยวะของร่างกายในการรับรู้การรู้สึก จากการกระตุ้นในแบบต่างๆ ผ่านประตูออกแสดงออกรูปแบบต่างๆ ทางขันธ์ 5 คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามปกติที่ปุถุชนพึงมีตามโลกธรรม 8 คือ สิ่งที่ทุกคนต้องพบต้องเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หมายถึง มีลาภ-เสื่อมลาภ มียศ-เสื่อมยศ มีสรรเสริญ-มีนินทา มีสุข-มีทุกข์ วนเวียนสลับกันไปตลอดเวลา ขึ้นอยู่ว่าเรารู้ทันมันหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามวัฏสงสาร คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ยิ่งอายุ วัย มากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ประสบอุบัติเหตุใดๆ เลย หรือไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ไม่เกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ หรือแตก ตามที่ได้เคยเขียนในฉบับก่อน "สมองหรือเซลล์สมอง" ย่อมเสื่อมตามวัน เวลา ตามวัย เมื่อมีอายุมากขึ้น กล่าวคือ มีโรคต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นในวัยผู้สูงอายุ

ในที่นี้จะเล่าให้ฟังง่ายๆ โรคที่พบบ่อยๆ คือ "สมองเสื่อม"