วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

2 เศรษฐีไทยผู้ทรงอิทธิพล


เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานบริษัทไทยเบฟ 


เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือซีพี

ปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีมหาเศรษฐีไทย 2 คน ตกเป็นข่าวใหญ่ในสื่อใหญ่ทั่วโลกเกือบทุกวัน คือ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานบริษัทไทยเบฟ และ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือซีพี ทั้งสองเจ้าสัวได้ทุ่มเงินก้อนใหญ่รวมกว่า 612,000 ล้านบาท ซื้อหุ้นบริษัทเอฟแอนด์เอ็น และ หุ้นบริษัท ผิงอันประกันภัย 2 บริษัทยักษ์ใหญ่โลก ท่ามกลางเสียงฮือฮาของสื่อทั่วโลก

แต่กว่าจะได้เป็นเจ้าของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่โลก สองเจ้าสัวก็ต้องสู้กันหืดขึ้นคอเหมือนกัน

เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ถือว่าเหนื่อยกว่า เพราะต้องเสนอราคาหุ้นเพิ่มหลายครั้งแข่งกับคู่แข่ง กว่าจะได้หุ้นใหญ่ บริษัทเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ หรือ เอฟแอนด์เอ็น มาครอบครองกว่า 51% ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 11,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 330,600 ล้านบาท ดีลนี้ถือเป็นดีลซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เอฟแอนด์เอ็น เป็นบริษัทที่มีอายุกว่า 130 ปี มีเครือข่ายธุรกิจมากมาย อาทิ เครือข่ายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เครื่อข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเครือข่ายธุรกิจสิ่งพิมพ์และโรงพิมพ์ เป็นต้น

การได้เป็นเจ้าของ เอฟแอนด์เอ็น ทำให้ เจ้าสัวเจริญ ได้เป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าต่างๆมากมายอีกหลายสิบแบรนด์ เช่น นมตราหมี นมคาร์เนชั่น ไมโล นํ้าผลไม้ฟรุททรี ฟาร์มเฮ้าส์ แมกโนเลีย เครื่องดื่มเกลือแร่ 100 พลัส เครื่องดื่มเอฟแอนด์เอ็น ไปจนถึง มายโคลา และเอเย่นต์ขายเครื่องดื่มกระทิงแดง

และที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ บริษัทเอฟแอนด์เอ็น ของ เจ้าสัวเจริญ  มี นายลีเซียนหยาง น้องชาย นายลีเซียนหลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เป็นประธานบริษัท แถมยังถือหุ้นอยู่ในเอฟแอนด์เอ็น 180,000 หุ้น ผมคิดว่า เจ้าสัวเจริญ คงต้องเชิญให้ นายลีเซียนหยาง เป็นประธานบริษัทเอฟแอนด์เอ็นต่อไป เป็นเจ้าของบริษัทที่มีน้องชายนายกฯเป็นประธาน ไปที่ไหนในสิงคโปร์ ย่อมมีคนเกรงใจเป็นธรรมดา

เจ้าสัวเจริญ เพิ่งปิดดีลซื้อ เอฟแอนด์เอ็น ไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม ถัดมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ก็ปิดดีลซื้อหุ้น 15.57% ของ ผิงอัน อินชัวรันซ์ (กรุ๊ป) บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของจีน จาก ธนาคารเอชเอสบีซี ด้วยวงเงิน 9,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 282,000 ล้านบาท

แม้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จะแถลงการณ์สั้นๆว่า



“เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 บริษัทย่อย 4 แห่งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเครือฯเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด ได้รับการอนุมัติจาก คณะกรรมการกำกับการประกอบธุรกิจประกันภัยของจีน ให้สามารถดำเนินการซื้อหุ้น บริษัท PING AN INSURANCE จำกัด ตามสัญญาซื้อขายจากบริษัทในเครือของ HSBC กล่าวคือ HSBC Insurance Holding Limited และ Hong Kong Shanghai Banking Corporation Limited ในการนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ชำระเงิน ค่าหุ้นจำนวนดังกล่าวตามเงื่อนไขและข้อตกลงทางการซื้อขายแล้ว”

แต่ นสพ.วอลสตรีท เจอร์นัล ได้ตามข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง พาดหัวใหญ่ฉบับวันจันทร์ ถือเป็นดีลซื้อบริษัทจีนจากต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดของจีน วอลสตรีทระบุว่า ตอนที่ เหวิน เจียเป่า นายกฯจีน เยือนไทยปลายปีที่แล้ว ได้พบกับเศรษฐีไทยผู้ทรงอิทธิพลหลายคน รวมทั้ง เจ้าสัวธนินท์ ซึ่งเป็น นักลงทุนต่างชาติคนแรก ที่ไปลงทุนในจีน เมื่อ เติ้งเสี่ยวผิง อดีตผู้นำจีน เปิดประเทศในปี 1978

ซีพีซื้อหุ้นผิงอัน 976 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 59 เหรียญฮ่องกง แต่วันจันทร์ราคาหุ้นผิงอันอยู่ที่ 69 เหรียญฮ่องกง กำไรไปเหนาะๆแล้ว 8,784 ล้านเหรียญฮ่องกง เป็นเงินไทยก็ประมาณ 35,000 ล้านบาท ผมขอแสดงความยินดีกับสองเจ้าสัวไว้ตรงนี้ และหวังว่าจะมีเศรษฐีหนุ่มไทยกล้าโกอินเตอร์เพิ่มขึ้นในอนาคต เมืองไทยวันนี้ถือว่าเลิกกลัวไปแล้ว.


1 ความคิดเห็น: